พ่อแฟนเหยื่อยัน ลูกสาวอยู่ในเหตุการณ์ชี้ตัว “มิก” เป็นคนแทง โต้ข่าวลือชู้สาว

 

จากกรณีกรมราชทัณฑ์ประหาร นักโทษเด็ดขาดชาย ธีรศักดิ์ หลงจิ หรือมิก อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาฆ่านายดนุเดช สุขมาก อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.5 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดตรังอย่างโหดเหี้ยม เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 ก.ค. 2555 ภายในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 95 (เขาแปะช้อย) ภายในเขตเทศบาลนครตรัง เมื่อวาน (21 มิ.ย.61) มีพยานใหม่ ออกมาระบุว่า คาดไม่ถึงว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะบานปลายมาถึงขั้นถูกประหาร ตนและเพื่อนจึงรู้สึกเสียใจมาก เพราะนายมิกไม่ได้เป็นคนลงมือทำ

เมื่อวานนี้ (21 มิ.ย.61) ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกพ่อแม่ของนายดนุเดช ผู้ตาย มาสอบปากคำเพิ่ม และสำหรับพยานที่จะสอบเพิ่มเติมจะเริ่มจากสถานที่เกิดเหตุ รวมไปถึงการเรียกแฟนของนายดนุเดช มาสอบเพิ่มเติม ซึ่งประเด็นการสังหารตามที่ศาลตัดสินคือ ก่อเหตุเพื่อการชิงทรัพย์ ส่วนเรื่องประเด็นชู้สาว จากแนวทางการสืบสวนสอบสวน ยืนยันว่า ในสำนวนไม่มีประเด็นชู้สาว แต่การสืบสวนสอบสวนใหม่ต้องตรวจสอบอีกครั้ง

ทีมข่าวลงพื้นที่มาจุดเกิด บริเวณสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ 95 ซึ่งพบกับนายไข่ (นามสมมติ) ผู้เห็นเหตุการณ์ ระบุว่า จุดเกิดเหตุอยู่อีกฝั่งใกล้กับซุ้มต้นสะบันงา วันเกิดเหตุตนเห็นชายวัยรุ่น 6 คน ขี่รถจักรยานยนต์ 3 คัน เข้ามาในพื้นที่ ประกอบกับเสียงท่อของรถจักรยานยนต์ดัง จึงหันไปมอง หลังจากนั้น มีการมุงที่ต้นไม้จุดเกิดเหตุ ที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 200 เมตร จึงไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น จากนั้นมีคนมาบอกว่า มีเด็กถูกแทงเสียชีวิต เมื่อตนเข้าไปดูพบว่า เป็นจุดเดียวกับที่ตนมองเห็น จึงตกใจเป็นอย่างมาก

นายไข่ บอกว่า ตนไม่รู้ว่ามีผู้ลงมือก่อเหตุจำนวนกี่คน อีกทั้งตนก็ไม่เห็นหน้าคนร้าย จึงไม่ทราบแน่ชัดว่านายมิกอยู่ในกลุ่มคนร้ายด้วยหรือไม่ แต่ภาพที่ตนเห็นในที่เกิดเหตุคือ ผู้ตายถูกแทงเลือดไหลทั้งตัว บริเวณคอมีรอยคล้ายถูกปาดคอ ซึ่งผู้ตายนอนน้ำตาไหล ตอนนั้นตนยังน้ำตาไหลตาม และคิดว่าคนร้ายไม่น่าจะกระทำเหตุการณ์ที่รุนแรงเช่นนี้

ด้าน นางยุคล สุขมาก แม่ของนายดนุเดช เหยื่อผู้เสียชีวิต เปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ตนได้เดินทางไปร้องขอความเป็นธรรมกับผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง เพราะเชื่อว่าคนร้ายมีมากกว่า 2 คน เนื่องจาก ช่วงเกิดเหตุ ตนและสามีได้สอบถามกับชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์ บอกว่า คนร้ายประมาณ 3-4 คน ได้รุมทำร้ายลูกตนเหมือนหมูเหมือนหมา พร้อมกับมีการมัดและฟันลูกตน

นางยุคล เชื่อว่าผู้เห็นเหตุการณ์มีหลายคนแต่ไม่มีใครกล้าออกมาพูด เนื่องจาก ลัวถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกไปเป็นพยาน แต่ตนยอมรับว่า ช่วงแรกที่เกิดเหตุตนช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจนไม่มีสติ และไม่ได้ไปดำเนินการทางด้านคดี มาทราบอีกครั้งคือเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมนายธีรศักดิ์ หลงจิ หรือ มิก

หลังจากนั้น นางยุคล จึงไปสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงผู้ก่อเหตุที่เหลือ ขณะนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงบอกให้ตนไปหาพยานหลักฐานมา ยอมรับว่า รู้สึกผิดหวังกับคำพูดของเจ้าหน้าที่เป็นอย่างมาก จึงไม่ได้เดินทางไปที่สถานีตำรวจอีก

นางยุคล บอกว่า ที่ทางฝ่ายแม่นายมิก มั่นใจว่าลูกชายไม่ได้ทำ และต่อมามีพยานออกมาให้สัมภาษณ์ ตนคิดว่าเป็นสิทธิ์ที่อีกฝ่ายจะหาความยุติธรรมให้กับตัวเอง แต่ส่วนตัวไม่เชื่อว่านายมิก ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ถึงแม้นายมิกจะไม่ใช่คนแทง แต่อย่างน้อยนายมิกต้องมีส่วนร่วม ไม่เช่นนั้นคงไม่มีพยานหลักฐานมัดตัวเช่นนี้ ส่วนแฟนของลูกชายที่อยู่ในเหตุการณ์ ตนก็ไม่เคยสอบถาม เนื่องจากไม่อยากพูดคุยและไม่รู้ว่าจะถามอะไร แต่ตนอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมคนร้ายที่เหลือให้ได้โดยเร็ว และผลตัดสินจะออกมาเช่นไรนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับกระบวนการยุติธรรม

 

ต่อมา ทีมข่าวได้พูดคุยกับ นายชุ้ง (สงวนชื่อนามสกุล) พ่อของน้องป๊อป อดีตแฟนสาวนายดนุเดช ที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า วันเกิดเหตุลูกสาวโทรศัพท์มาหาตนว่า นายดนุเดช ถูกแทงเสียชีวิต ตนจึงรีบเดินทางไปที่เกิดเหตุ ขณะนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้พาลูกตนไปสอบปากคำ พบว่าลูกตกใจและขวัญเสียเมื่อเจอเหตุการณ์ดังกล่าว ก่อนที่ลูกจะมาเล่าให้ตนฟังว่ามีคนร้ายเข้ามาชิงทรัพย์ตัวเองกับนายดนุเดช คนร้ายได้ไล่แทงนายดนุเดชเข้าไปภายในสวนสาธารณะ ตอนนั้นด้วยความกลัวลูกตนจึงไม่ได้วิ่งตามเข้าไปด้านใน ส่วนกลุ่มคนร้าย ตนทราบแค่มีมากกว่า 1 คน

นายชุ้ง บอกว่า ลูกสาวตนเป็นคนชี้ว่านายมิก หลงจิ เป็นคนก่อเหตุ เนื่องจาก เจ้าหน้าที่ได้เปิดแฟ้มประวัติอาชญากรรมให้ลูกสาวตนดู เมื่อถึงนายมิก ลูกสาวก็ชี้ และยืนยันกับตนว่าจำได้ ว่านายมิกเป็นคนลงมือ พร้อมยืนยันว่า ลูกไม่เคยรู้จักนายมิก รวมถึงคนร้ายที่เหลือมาก่อน อีกทั้ง เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเรื่องชู้สาวตามที่มีกระแสข่าวแต่อย่างใด ส่วนที่มีพยานรายใหม่ ออกมาระบุว่า นายมิกไม่ได้ลงมือฆ่าผู้เสียชีวิตนั้นตนไม่ทราบ แต่เชื่อมั่นในตัวลูกสาวว่าชี้ได้ถูกคน



Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.