วิญญาณพ่อโผล่ลา น้องแก้มยุ้ย ภรรยาเชื่อ สามียังห่วงลูก

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ตามหาตัวคนขับรถชนแล้วหนี เหตุเกิดที่หมู่บ้านทองทัช ตรงข้ามการไฟฟ้าอำเภอวังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้เด็กหญิงวัย ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนพ่อของเด็กเสียชีวิต หลังเกิดเหตุผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวได้ขับรถหลบหนีไป

วันนี้ (31 มี.ค.) พ.ต.ท.สุรศักดิ์ บัวภาคำ รองผกก.สภ.วังน้อย ได้ให้ข้อมูลกับทีมข่าวผ่านทางโทรศัพท์ว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนทราบเบาะแสว่า นายแสวง สร้อยวัน อายุ 57 ปี ผู้ก่อเหตุ ซึ่งมีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง จึงได้เข้าทำการจับกุมตัวก่อนที่จะได้นำตัวมาที่ สภ.วังน้อย

เบื้องต้น แจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมด 4 ข้อหา คือ ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย , ขับรถประมาททำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส , ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ และ ก่อเหตุแล้วหลบหนี โดยในวันจันทร์ที่ 2 เม.ย.นี้ จะนำตัวไปฝากขังต่อที่ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

จากนั้น ทีมข่าวเดินทางไปที่วัดบ้านสร้าง อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพ นายจรัญ มีสัตย์ ผู้เสียชีวิต ทีมข่าวได้พบกับ นางสุภาณี มีสัตย์ ภรรยาของผู้เสียชีวิต ที่อยู่ในอาการโศกเศร้า กำลังจุดธูปเคารพศพ สามีพร้อมกับนั่งมองรูปสามีด้วยดวงตาที่โศกเศร้า เธอได้หยิบเสื้อผ้าที่วางอยู่ในพาน ให้กับทางทีมข่าวดู พร้อมบอกว่า เป็นเสื้อผ้าที่สามีเดินทางไปซื้อในวันเกิดเหตุ มีทั้งหมด 4 ตัว ส่วนหมวกสีครีม พร้อมกับผ้าปิดปากที่สามีชอบใส่ มาวางไว้เพื่อจะให้นำติดตัวไป

นางสุภาณี เล่าว่า ในวันเกิดเหตุสามีกำลังพาตนกับน้องแก้มยุ้ย ไปซื้ออุปกรณ์กีฬาและเสื้อผ้า ที่จะสวมใส่ไปหายายในวันที่ 4 เม.ย. ที่ จ.อุบลราชธานี แต่ตนเห็นว่าฝนตกจึงไม่ได้ไปด้วย แต่ทางสามีใจร้อนจึงพาลูกสาวออกไปซื้อของ ตอนนั้นตนคิดว่าสามีกับลูกคงออกไปซื้ออาหารมารับประทานเท่านั้น หลังจากนั้นประมาณ 1 ชม. ต่อมา ได้ยินเสียงมีคนมาบีบแตรที่หน้าบ้าน ตนดีใจนึกว่าสามีกลับบ้าน แต่พอออกมาดูพบว่าเป็นเพื่อนของนายจรูญ ที่มาแจ้งข่าวร้ายว่า สามีประสบอุบัติเหตุพอทราบเรื่องตนก็ตกใจ และรีบเดินทางไปโรงพยาบาลทันที

นางสุภาณี กล่าวว่า สามีของตนเป็นเสาหลักของครอบครัว แม้กระทั่งเงินที่ได้มาในการทำมาค้าขาย ตนก็ให้ นายจรัญ เป็นผู้เก็บรักษา เนื่องจากเป็นคนที่จัดสรรการใช้จ่ายเงินได้เป็นอย่างดี แต่พอเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ตนก็ไม่รู้จะเดินหน้าอย่างไรต่อไป คิดอย่างเดียวว่าต้องสู้เพื่อลูก อีกหนึ่งสิ่งที่ นางสุภาณี ต้องสานฝันให้สามีคือ การให้ “น้องแก้มยุ้ย” เป็นนักกีฬาทีมชาติ เพราะสามียอมทุ่มให้ลูกสาวไปเรียนเทควันโดด้วย

อย่างไรก็ตาม นางสุภาณี ยังบอกว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาลูกสาวตนบอกว่า เห็นคนหนึ่งยืนอยู่ภายในโรงพยาบาล ทั้งที่ตนไม่เห็นว่ามีใครยืนอยุ่ตรงนั้น แต่ตนคิดว่าเป็นสามีอย่างแน่นอน ต่อมาช่วงเช้าพี่สาวจะนำรถของสามีตนไปใช้ แต่เกิดมีเสียงบีบแตรดังขึ้น ทั้งที่ภายในรถไม่มีคน และยังไม่มีใครสตาร์ทรถ ตนคิดว่าสามีตนคงอยากให้บอกว่าจะนำรถไปทำอะไร

 

 

 

 

 

ที่มา.Sanook ภาพ,AmarinTV



Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.