แก๊ง“ยันสว่าง”ไม่เลิกซ่า!!อาละวาดพังห้องขังทั้งคืนท้าสวป.ต่อย!!

จากกรณีสมาชิกแก๊ง “ยันสว่าง” เหิมรุมตื้บนายดาบตำรวจสน.สายไหมสลบคาปั๊มน้ำมันขณะไประงับเหตุวิวาท พอถูกสกัด จับยังอาละวาดบนโรงพักอีกล่าสุดยังซ่าไม่เลิก อาละวาดพังห้องขังสน.สายไหม ทั้งคืน และเหิมเกริมท้าสวป.ต่อยขณะไปตรวจความเรียบร้อยห้องควบคุมตัว!!

แก๊ง “ยันสว่าง” ยังซ่าไม่เลิก อาละวาดพังห้องขังสน.สายไหม ทั้งคืน ทั้งทุบทำลายทรัพย์สินราชการและเหิมเกริมขนาดท้าสวป.ต่อยขณะไปตรวจความเรียบร้อยห้องควบคุมตัว สุดท้ายยอมสงบลงในช่วงบ่าย ตำรวจคุม ส่งฝากขังศาลจังหวัดมีนบุรี สุดท้ายมีแต่ญาติไปให้กำลังใจแต่ไม่มีใครช่วยยื่นประกันตัว เลยต้องคอตกนอนคุกยกแก๊ง

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 7 ก.ค. พ.ต.อ. ธนกรณ์ ก้อนแก้ว ผกก.สน.สายไหม เผยว่า การส่งตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ประกอบด้วย 1.นายโสภณ โกสินทร์ อายุ 36 ปี 2.นายรัตนเทพ ชัยปราณีเดช อายุ 21 ปี 3.นายปกรณ์ ชูวงค์ อายุ 24 ปี และ4.นายสิทธิชัย โสลุน อายุ 24 ปี ไปฝากขังที่ศาลเป็นไปด้วยความล่าช้า เนื่องจากตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา กลุ่มผู้ต้องหาไม่ให้ความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ในการสอบปากคำ และไม่ยอมพิมพ์มือ นอกจากนั้นยังปาข้าวปลาอาหารที่ญาตินำมาเยี่ยมเกลื่อนพื้นห้องควบคุม และทำลายข้าวของทางราชการเสียหาย ประกอบด้วยหลอดไฟส่องสว่างหลายหลอด ก๊อกน้ำ โต๊ะ เก้าอี้ ที่ใช้สำหรับพิมพ์มือ ได้รับความเสียหาย พนักงานสอบสวนจะแจ้งข้อหาเพิ่มคือ รวมกันทำให้ทรัพย์สินราชการเสียหาย

โดยตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา กลุ่มผู้ต้องหาแสดงอาการโวยวายตลอดทั้งคืนที่อยู่ภายในห้องควบคุม โดยเฉพาะนายโสภณถีบประตูลูกกรงห้องขังตลอดทั้งคืน ทำให้ประตูมุ้งลวดที่กั้นยุงได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ยังทำลายหลอดไฟ ก๊อกน้ำ ฉีกสมุดจดบันทึกการตรวจรายชื่อผู้ตัองขังของเจ้าหน้าที่ และท้าพ.ต.ต.บดินทร์ ชูเฉลิม สวป. ต่อย ขณะเข้าตรวจตราความเรียบร้อยภายในห้องขัง จนเจ้าหน้าที่ต้องแยกขัง ทั้งนี้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทางเจ้าหน้าที่ได้เบิกตัวผู้ต้องหาออกจากห้องควบคุมมาสอบปากคำ แต่ทางทั้งหมดไม่ยอมให้การใดๆ และไม่ยอมพิมพ์มือตามขั้นตอนของพนักงานสอบสวน แต่พนักงานสอบสวนยังต้องนำทั้งหมดไปส่งฝากขังต่อศาลมีนบุรีหลังจากหมดอำนาจการควบคุม

ต่อมาเวลา 12.30 น. ผู้ต้องหาทั้งหมดยอมให้การต่อพนักงานสอบสวน ยอมพิมพ์มือตรวจสอบประวัติ ยอมตรวจหาสารเสพติดทางปัสสาวะ โดยพนักงานสอบสวนดำเนินคดีผู้ต้องหาทั้งหมด ในข้อหาร่วมกันดูหมิ่นเจ้าพนักงาน, ต่อสู้และขัดขวางการจับกุมขณะปฏิบัติหน้าที่, ใช้กำลังประทุษร้ายเจ้าพนักงาน, ทำให้ทรัพย์สินราชการได้รับความเสียหาย และปล้นทรัพย์ ส่วนนายโสภณดำเนินคดีเมาสุราหรือมึนเมาสารเสพติดขณะขับรถ เพิ่มอีก 1 ข้อหา

โดยมีญาติของกลุ่มผู้ต้องหาไปให้กำลังใจขณะนำตัวขึ้นรถส่งตัวไปศาล โดยนายโสภณ ที่ใบหน้าปวมบูด บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ถูกตำรวจทำร้ายร่างกายและร้องขอความเป็นธรรม ขณะที่ทางญาติต่างตะโกนว่าขอให้ความเป็นธรรมด้วย อ้างว่าผู้ต้องหาถูกไม้กระบองตี เป็นพวกอาสาตำรวจบ้านแต่ตำรวจไม่ดำเนินคดี

พ.ต.อ.ธนกรณ์เผยถึงกรณีที่ญาตินายโสภณร้องเรียนว่า ผู้ต้องหาถูกทำร้ายร่างกายนั้น ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด หลังจากเกิดเหตุและนำตัวทั้งหมดมาที่ สน.สายไหม เป็นไปตามคลิปที่ปรากฏ โดยทั้งหมดโวยวายหาเรื่องเจ้าหน้าที่ ต่อมา ทหารเข้ามาและสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ จากนั้นทั้งหมดไปหาเรื่องกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิจนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น และยืนยันทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด แต่พนักงานสอบสวนได้รับเรื่องแจ้งความตามคำร้องเรียนไว้แล้ว

ต่อมาเวลา 16.00 น. พนักงานสอบสวน สน.สายไหม คุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดมีนบุรีผัดแรก เป็นเวลา 12 วันตั้งแต่วันที่ 7-18 ก.ค. เนื่องจากต้องสอบพยานอีก 7 ปาก รอผลการตรวจประวัติอาชญากร ผู้ต้องหา และอื่นๆ โดยในชั้นสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธ ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกัน เนื่อง จากคดีมีอัตราโทษสูง ผู้ต้องหามีพฤติการณ์ก้าวร้าว ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย เกรงว่าจะไปข่มขู่พยานและหลบหนี ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้ โดยไม่มีญาติยื่นคำร้องขอประกันตัว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ จึงนำตัวไปควบคุมไว้ที่เรือนจำพิเศษมีนบุรี

 

 

 

 

 

 

 

ข้อมูลจาก.khaosod

เรียบเรียง.mamao news



Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.