เด็กชายวัย 3 ขวบ เป็นเจ้าชายนิทรา หลังไปฉีดยาแก้ไข้ที่คลินิก!!

(29 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีเด็กชายวัย 3 ขวบ ที่บ้านหนองไทร หมู่ที่ 8 ตำบลทะเมนชัย อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ นอนป่วยเป็นเจ้าชายนิทรา ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเป็นระยะเวลา 2 ปี ครอบครัวมีฐานะยากจนไม่มีเงินพาไปรักษา ต้องอยู่อย่างทุกข์ทรมาน จึงได้เดินทางไปตรวจสอบเมื่อไปถึงบ้านเลขที่ 1 หมู่ 8 บ้านหนองไทร ต.ทะเมนชัย ตามที่ได้รับแจ้งก็พบ น้องประวิช อายุ 3 ขวบ นอนใส่เครื่องช่วยหายใจอยู่บนเตียงภายในบ้าน สภาพเหมือนเจ้าชายนิทรา ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ โดยมี นางพวงเพชร ผู้เป็นย่า และ น.ส.รุ่งฤทัย ผู้เป็นแม่ที่ต้องลาออกจากงานมาคอยดูแลหนูน้อยเคราะห์ร้ายอย่างใกล้ชิด โดยทุกวันต้องป้อนอาหารทางสายยาง และต้องใส่เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลาจากการสอบถามย่าน้องประวิช เล่าว่า ตนเป็นคนเลี้ยงหลานเองเพราะลูกชายกับลูกสะใภ้ ไปทำงานที่กรุงเทพฯ ซึ่งตั้งแต่คลอดน้องจนถึงอายุ 7 เดือนกว่า ก็มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงดี เป็นปกติเหมือนกับเด็กทั่วไป กระทั่งช่วงเดือนมีนาคม 2558 อายุย่างเข้าเดือนที่ 8 กำลังจะหัดเดิน หลานเป็นไข้จึงพาไปหาหมอที่คลินิกแห่งหนึ่งใน อ.ลำปลายมาศ โดยหมอที่คลินิก บอกว่าเป็นต่อมทอนซิลอักเสบ ต้องฉีดยา 2 เข็มใน 2 วัน ค่าฉีดยาเข็มละ 360 บาท ตนจึงตัดสินใจฉีดโดยครั้งแรกฉีดวันที่ 5 มี.ค. 58 และครั้งที่ 2 ฉีดวันที่ 6 มี.ค.58 ติดต่อกัน ฉีดเข้าบริเวณสะโพก จากนั้นก็กลับมาบ้าน แต่อาการก็ไม่ดีขึ้น ต่อมาวันที่ 7 มี.ค. จึงตัดสินใจพาไปที่โรงพยาบาลลำปลายมาศ ซึ่งตอนนั้นหลานเริ่มมีอาการทรุดหนักกว่าเดิม ไม่สามารถพูดคุยและนั่งได้ เมื่อหมอตรวจรักษาแล้วก็แจ้งว่าหลานอาการหนัก ปอดติดเชื้อ ตนก็รู้สึกตกใจมาก เพราะตอนที่ไปตรวจที่คลินิก หมอคลินิกบอกกับตนว่าปอดปกติดี เป็นแค่ต่อมทอนซิลอักเสบจากนั้นทางโรงพยาบาลลำปลายมาศก็ส่งไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ โดยต้องนอนรักษาอยู่ในห้อง ไอ.ซี.ยู.นานกว่า 1 เดือน ซึ่งช่วงนั้นหลานไม่รู้สึกตัว แต่พอเริ่มมีอาการตอบสนอง ก็กลับมาพักฟื้นที่บ้าน แต่ก็ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลาและต้องให้อาหารทางสายยางจากกรณีที่เกิดขึ้นตนเชื่อว่าเกิดจากที่ทางคลินิกฉีดยาให้ แต่ทางครอบครัวก็ไม่ได้ต้องการจะฟ้องร้องอะไร เพราะไม่อยากให้เป็นเรื่องราวบานปลาย เพียงอยากให้ประสานทางโรงพยาบาลเพื่อพาหลานชายไปรักษาให้หายเป็นปกติเท่านั้น เพราะลำพังครอบครัวคงไม่มีปัญญาพาไปรักษา ก็ได้แต่ดูแลตามอัตภาพเท่านั้นซึ่งหลังจากเกิดเหตุก็ไปร้องขอความช่วยเหลือทางสาธารณสุขก็ช่วยเหลือประมาณ 300,000 บาท กรณีที่ได้รับความเสียหายจากการรักษาพยาบาล แต่ขณะนี้เงินจำนวนดังกล่าวได้ใช้ในการดูแลหลานกว่า 2 ปี ได้ไปหมดแล้วผู้เป็นแม่ของน้องประวิช เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ทำงานโรงงานกับสามีที่กรุงเทพฯ หลังคลอดลูกก็เอามาฝากย่าเลี้ยงที่บ้าน ส่งเงินมาให้เดือนละ 10,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเลี้ยงดูลูก กระทั่งเดือนมีนาคม 2558 ย่าแจ้งว่าน้องประวิช ป่วยหนักไม่ทราบสาเหตุ นอนรักษาตัวอยู่ในห้อง ไอ.ซี.ยู. ตนกับสามีจึงรีบกลับบ้าน เพราะเป็นห่วงลูกชายมากเมื่อกลับมาเห็นสภาพลูกชายก็ตกใจมาก เพราะต้องนอนรักษาในห้องฉุกเฉินนานกว่า 1 เดือน จากนั้นหมอให้ออกมารักษาที่บ้าน โดยโรงพยาบาลให้ยืมเครื่องช่วยหายใจ 1 เครื่อง เพราะต้องช่วยหายใจตลอดเวลา ส่วนตนเองกับสามีต้องออกจากงานมาดูแลลูก สามีก็หารับจ้างทั่วไปตามหมู่บ้าน รายได้ไม่แน่นอนน.ส.รุ่งฤทัย กล่าวอีกว่า รู้สึกสงสารลูกชายมาก เพราะหัวอกคนเป็นแม่ที่เห็นลูกชายนอนเป็นเจ้าชายนิทรามานานกว่า 2 ปี แต่ช่วยอะไรไม่ได้ ใจอยากจะพาไปรักษาที่กรุงเทพฯ เพราะช่วงนี้ลูกเริ่มมีอาการตอบสนอง สื่อสารรับรู้ ร้องไห้ได้ มองตาม แต่ครอบครัวไม่มีเงินที่จะเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่ารักษา จึงต้องทนดูแลลูกตามอัตภาพหากเป็นไปได้ก็อยากจะวิงวอนผู้ใจบุญพาลูกชายไปรักษา โรงพยาบาลที่สามารถรักษาให้หายได้ หรือแค่ลูกสามารถถอดเครื่องช่วหายใจและหายใจเองได้ก็จะดีใจมากแล้ว หากผู้ใดต้องการจะช่วยเหลือน้องประวิช สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 080-1725731 (แม่ของเด็ก) หรือ 088-482 7576 (ย่าของเด็ก) หรือสามารถบริจาคผ่านบัญชีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ สาขาลำปลายมาศ เลขที่บัญชี 020099381537 ชื่อบัญชี ด.ช.ธีระภัทร ประจันกลาง !!



Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.