เข้าใจ “โรคทางเดินหายใจ” ก่อนที่จะเสี่ยงเป็น แบบไม่รู้ตัว!!

อยู่ดีๆ ก็จามถี่ๆ มาหลายรอบ รอบแรกเขาว่ากันว่า “มีคนคิดถึง”
รอบสองเขาว่ากันว่า “คนนินทา” … รอบสามตามมา โอ้ย!! เป็นอะไรหล่ะทีนี้
เมื่อเกิดความสงสัย กูเกิ้ลไงคือทางออก ซึ่งเว็บไซต์มากมายต่างบอกไว้ว่า “การจามถี่ๆ อาจเป็นหวัด ภูมิแพ้ หรือ โรคทางเดินหายใจ” ก็เป็นได้ คราวนี้ความสงสัยไม่อยู่ที่การจามถี่ๆ แล้ว กลับกลายมาเป็น “โรคทางเดินหายใจ” มันคืออะไรแทน เมื่อไม่รู้จักก็ต้องไปค้นคว้าให้ได้รู้ วันนี้ขอพักงานหาข้อมูลเลยละกัน
ปวดหลัง ทำยังไงถึงจะหายมาดู “สาเหตุของโรคทางเดินหายใจ” กันก่อน

1. ฝุ่น 
ตามปกติแล้วฝุ่นละอองทั่วๆ ไปอย่างเศษผงที่กระจายตัวอยู่บนโต๊ะทำงานหรือพื้น ยังไม่ค่อยเป็นอันตรายเท่าไรเพราะระบบหายใจเขามีวิธีจัดการได้ ปัญหาก็น้อยหน่อย แต่ถ้าเป็นฝุ่นละอองที่ขนาดเล็กลงไปอีกอย่างควันท่อไอเสียรถ จัดว่าเป็นตัวร้ายเลยหล่ะค่ะ ยิ่งได้รับมากๆ และเป็นประจำปอดยิ่งเสื่อมเร็ว

2. โรคภูมิแพ้ 
ถ้าใครรู้ว่าตัวเองเป็นอยู่ จะรู้เลยว่า “ฝุ่น” จากแอร์เป็นตัวกระตุ้นได้อย่างดี ยิ่งเจอแอร์ออฟฟิศที่ไม่ค่อยดูแลแล้วหล่ะก็ เตรียมพกยาแก้แพ้ติดตัวไว้ได้เลย ปัญหาแวะเวียนมาบ่อยแน่นอน

3. การสูบบุหรี่
แค่เห็นสาเหตุก็เดาได้ไม่ยาก เป็นโรคมะเร็งปอดชัวร์ ซึ่งโรคนี้ติด 1 ใน 4 ของโรคมะเร็งที่พบบ่อย ยิ่งสูบเป็นประจำก็ยิ่งเสี่ยง ส่วนคนที่ไม่สูบแต่อยู่ใกล้ๆ ก็อย่าชะล้าใจไปเพราะเสี่ยงต่อมะเร็งปอดมากกว่าคนสูบถึง 2 เท่าเลยนะ แบบว่าคนสูบพ่นควันออก คนไม่สูบเลยรับควันเต็มๆ

4. พันธุกรรม
ข้อนี้ต้องสืบค้นกันลึกหน่อยว่าใครในครอบครัวมีเป็นบ้าง โดยโรคที่เกี่ยวข้องกับพันธุกรรมที่พบได้บ่อยที่สุด คือ โรคหืด (เครือญาติอาจเป็น แต่เราก็อาจไม่เป็นก็ได้ค่ะ อย่าเพิ่งกังวลไป ปรึกษาแพทย์น่าจะช่วยให้สบายใจกว่า)

เข้าใจ โรคทางเดินหายใจ ก่อนที่จะเสี่ยงเป็น

อาการแต่ละสเตปเป็นอย่างไร

1. แบบแรก โรคไม่รุนแรง ก็อย่างเช่น โรคหวัด หรือ ไซนัสอักเสบ ปัญหานี้ยังพอรักษาหายด้วยการทานยา ค่ารักษาก็ไม่แพงเท่าไรนัก

2. แบบรุนแรงปานกลาง เมื่อเป็นปอดบวมและพบแพทย์ช้าไป ก็อาจเสียชีวิตได้เลยค่ะ

3. แบบรุนแรงที่สุด คือ โรคมะเร็งปอด หรือ มีมะเร็งของอวัยวะอื่นๆ แล้วแพร่กระจายสู่ปอด (เช่น โรคมะเร็งเต้านม) หากมาถึงขั้นนี้ค่ารักษาแพงหูฉี่ ต้องรักษาทั้งทางยาและการฉายรังสี โอกาสหายขาดก็ไม่มากนักหากรู้ตัวช้า

การป้องกันไม่ให้เป็นโรคระบบทางเดินหายใจ

  1. วิธีที่ง่ายที่สุด คือ การสวมหน้ากากอนามัย เมื่อต้องอยู่ในสถานที่ที่เสี่ยงต่อการแพร่กระจายของเชื้อโรคได้ง่าย หรือ เมื่อต้องดูแลคนที่ป่วยเป็นโรคนี้อยู่
  2. ขยันอีกนิด หาเวลาอีกหน่อยให้เวลากับการทำความสะอาดร่างกาย เสื้อผ้า สถานที่อยู่อาศัย และโต๊ะทำงานให้สะอาดอยู่เสมอ
  3. หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้หรือรับประทานเมนูที่จะกระตุ้นให้เราเกิดอาการภูมิแพ้
  4. ฉีดวัคซีนป้องกันโรคที่มีวัคซีนตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข เช่น วัคซีนไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะช่วงมีการระบาดของโรค

เข้าใจ โรคทางเดินหายใจ ก่อนที่จะเสี่ยงเป็น



Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.