สัญญาไว้จะกลับไปหาอีก เปิดภาพ “อเล็กซ์ เรนเดลล์” เยี่ยมนักโทษเรือนจำระยอง

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทุกคนถึงยกให้ อเล็กซ์-อเล็กซานเดอร์ เรนเดลล์ นักแสดงหนุ่มชื่อดัง เป็นคนบันเทิงหัวใจจิตอาสาตัวจริง เพราะล่าสุดเจ้าตัวได้ถือโอกาสดี ชวนเพื่อนพ้องร่วมวงการ จัดทริปพิเศษเยี่ยมกลุ่มนักโทษชายหญิง ณ เรือนจำระยอง พร้อมกับโชว์มินิคอนเสิร์ตเล็กๆ น้อยๆ เพื่อสร้างสีสัน เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ

View this post on Instagram

มาว่ากันต่อที่เเดนชาย ตื่นเต้นเล็กน้อยที่จะมาเจอพี่ๆผู้ต้องขังฝ่ายชาย เข้าจะชอบเราไหม เขาจะสนุกกับเราไหม เล่นเพลงอะไรให้เขาดีเขาถึงจะชอบ เเต่กลับกลายเป็นช่วงที่ relax เเละกันเองมาก มีความฮาเล็กๆน้อยๆ 🙂 สิ่งที่เราพยายามสื่อสารกับพี่เขาคือ หลายคนที่เขามาอยู่ พอออกไป ก็ไปอยู่กับสิ่งเเวดล้อมเดิมๆ สังคมเดิมๆ สุดท้ายก็ไปอยู่ในสทานการเดิมๆ เเละก็รู้อีกที ก็กลับมาอยู่ในเรือนจำ เลยอยากเป็นส่วนหนึ่งในการให้กำลังใจให้เขาเปลี่ยนวิธี จะได้ไม่ต้องกลับมาอยู่ที่นี้อีก เเต่มันไม่ได้ง่ายเหมือนที่เราพูดเเน่ๆ โอกาสทางสังคมอาจจะไม่ได้มีเท่าเรา ความช่วยเหลือจากโลกภายนอกอาจจะไม่ได้สวยงามเหมือนที่เราวาดไว้ สิ่งที่พวกเราในฐานะคนไทยด้วยกันทำได้ คือการให้โอกาสคนที่เคยผิดพลาด อย่าเพิ่งไปตัดสินเขาจากอดีต ผมคิดว่าเเค่นี้ ก็น่าจะสร้างความเปลี่ยนเเปลงให้ประเทศเราได้ไม่มากก็น้อย 🙂 สุดท้ายอยากขอบคุณทุกคนที่ไปด้วยกันในวันนี้ เเละขอบคุณพี่อู๊ด พี่เปิ้ล เเละพี่ๆเจ้าหน้าที่เรือนจะระยองที่ไม่ได้เเค่ต้อนรับเราอย่างดี แต่ขอบคุณที่เอาใจใส่นักโทษเเละดูแลสถานที่อย่างดีเเละสะอาด (มากๆๆถึงมากจริงๆ) เป็นกำลังใจให้ผู้ต้องขังเเละเจ้าหน้าที่ทุกคนนะครับ พบกันใหม่ครับ ❤️🙏

A post shared by Alex Rendell (@alexrendell) on

โดย อเล็กซ์ เรนเดลล์ ได้เผยว่ากิจกรรมการเยี่ยมนักโทษที่เรือนจำระยองครั้งนี้ ถือเป็นครั้งที่ 2 แล้ว สำหรับเจ้าตัว ซึ่งการที่ได้เข้าไปพูดคุย ถามไถ่ และสัมผัสกับบรรยากาศการเป็นอยู่ภายในเรือนจำกับกลุ่มนักโทษนั้น ได้ช่วยเปลี่ยนแปลงมุมมองความคิดของตนในหลายๆ เรื่องได้มากเลยทีเดียว“ปีนี้ก็เป็นปีที่ 2 แล้วครับ ที่มีโอกาสได้เดินทางไป เหมือนพอปีแรกไปและเขาอยากให้เรากลับมาอีก เราก็เลยพยายามที่จะวางแผนและนัดเขาไว้แล้ว แถมไปเบี้ยวเขาไว้รอบหนึ่งด้วย เนื่องจากตอนนั้นเราคิดว่าเราไม่พร้อม ถ้าหากเข้าไปก็อยากเข้าไปแบบมีเวลาซ้อม มีเวลาทำให้มันดี แต่พอเราไปเบี้ยวเขาครั้งหนึ่งเลยรู้สึกผิด จากนั้นก็โอเค ให้เขานัดวันใหม่มาเลย แล้วก็โทรเชิญชวนเพื่อนๆ ที่สนใจ รวมถึงคนรอบข้างให้ไปด้วยกัน”

แสดงว่ามีหลายคนที่รอเจอเรา ?“เรารับรู้ได้ว่าเขารอ เขาน่ารักนะครับคนข้างใน รอบที่แล้วเราไปแค่ฝั่งของนักโทษหญิง แต่รอบนี้ได้ไปฝั่งนักโทษชายด้วย ก็คือช่วงเช้าเป็นของผู้หญิง ช่วงบ่ายเป็นของผู้ชาย ของผู้หญิงเรารับรู้ได้ว่าเขารอ การที่เราเข้าไปแค่แป๊บเดียว มันได้เอนเตอร์เทนเขา ทำให้เขาได้พักได้หัวเราะสนุกไปกับเรา” ไปครั้งนี้เราได้ไปทำกิจกรรมอะไรบ้าง ?“ไปเล่นคอนเสิร์ตเล็กๆ ที่ซ้อมกันไปกับเพื่อนๆ เราก็เล่นกันประมาณ 7-8 เพลง มีพูดคุยกันบ้างนิดหน่อย ส่วนทางฝั่งเขาก็มีการทำนู่นทำนี่ให้เรา คือสร้างเป็นบ้านไว้เลย ทุกวันนี้ก็ยังเก็บไว้อยู่ ปีที่แล้วเขาเขียนหนังสือเป็นเล่มให้ผม คือเป็นการวาดรูปเขียนความรู้สึกของตัวเองเป็นร้อยหน้า เราก็เก็บไว้ประทับใจเพราะเป็นกิจกรรมที่เราชอบ ส่วนพาร์ทของผู้ชาย เราก็พยายามที่จะพูดให้วิธีคิดใหม่ๆ แก่เขา แต่ด้วยวัยของเรา และด้วยหลายๆ อย่างต้องมีลิมิตที่จะพูด ผมก็เลยสลับกับการให้กำลังใจเขาแทน""จริงๆ แล้วผมพอทราบมาว่าหลายๆ คนในนั้นเคยกลับมามากกว่า 1 รอบแล้ว บางคนก็อยู่มานาน บางคนเข้าออกมา 5-6 รอบ แต่ผมไม่ได้โทษที่บุคคลนะครับ มันเป็นสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเขาด้วย การที่เราออกไป ไปใช้ชีวิตเดิมๆ เคยติดคุกมาจะให้ไปทำอะไรก็ยาก สุดท้ายแล้วก็ไปทำสิ่งเดิม มันก็ย้อนเข้ามา ผมว่ามันเป็นปัญหาที่ไม่ใช่แค่บุคคลแต่เป็นปัญหาของชาติเรา”

จุดเริ่มต้นที่ทำให้เราเลือกที่จะไปเพราะอะไร ?“ชอบครับ ปกติผมมีความสนใจทางด้านนี้เพราะชอบดูสารคดีเกี่ยวกับเรือนจำ พวกนักฆ่าเขาคิดกันยังไง แต่ผมไม่ได้ไปเจอนักโทษหนักขนาดนั้นนะครับ แค่มีความสนใจเฉยๆ แต่พอได้เข้าไปในเรือนจำจริงๆ สิ่งที่เราคิดไว้ไม่ใช่แบบนั้นเลย เพราะนี่คือชีวิตจริง ความเป็นจริงทำให้เราเข้าใจเขามากขึ้นครับ”หลายคนค่อนข้างกลัวเวลาเข้าไปในเรือนจำ เรามีความรู้สึกนั้นไหม ?“ผมไม่กลัวครับ เพราะถ้าเรื่องความปลอดภัย เราเป็นนักแสดงเขาก็ต้องดูแลให้เต็มที่อยู่แล้ว ไม่ปล่อยให้เกิดอะไรขึ้นแน่นอน อย่างปีที่แล้วผมได้กอดทุกคนเลยนะ เข้าใกล้เขา มีพี่เกรท ก็อต พิมา ไปกัน 4 คน เรากอดทุกคนเลย ไม่มีคนไหนที่เรารู้สึกว่าไม่ปลอดภัยที่จะใกล้ชิดเขา เราไปด้วยใจ เราไปเพื่อเขา ไม่ได้ไปเพื่อตัวเราเอง เราไว้ใจกัน นักโทษชายหน้าโหดๆ กันทั้งนั้น ตอนแรกเราก็แอบหวั่น แต่พอได้เข้าไปคุยว่า ไม่ต้องมีกำแพงเรามาสนุกกันให้เต็มที่ขอแค่ครึ่งชั่วโมง สนุกด้วยกันแป๊บเดียว ทุกคนก็เริ่มเปิดใจและเริ่มร้องเพลงด้วยกัน วันนั้นเลยกลายเป็นวันที่ดีมากๆ ครับ ทุกคนที่ไปรู้สึกดีปนกับความเศร้าเล็กน้อย”

เชิญเพื่อนนักแสดงหลายคนด้วย ?“ใช่ มีพิมา มีแพร อั้ม ซึ่งอั้มเป็นเพื่อนกับผมมาตั้งแต่สมัยอนุบาลหนึ่ง เลยชวนเขามาร่วมทำกิจกรรมนี้ด้วยกัน แล้วก็มีเพื่อนมีคุณแม่พี่สาว ขบวนเราเป็น 10 ซึ่งเขาดูแลดีมาก มีการ์ดเยอะมาก แต่มันไม่มีครั้งไหนเลยที่เรารู้สึกว่ามันไม่ปลอดภัย หรือการจัดการไม่เวิร์ก มีแต่อยากเข้าไปดูเพราะเรือนจำที่ระยองสะอาดมาก ภาพเรือนจำในหัวลบออกไปหมดเลย เราก็เชื่อว่าอาจจะมีบางที่ที่พัฒนาได้อีก แต่สำหรับที่นี่เหมือนคุกเมืองนอกที่เราเห็นในหนังเลยครับ” เราได้อะไรจากการไปครั้งนี้บ้าง ?“เราก็ได้เห็นได้รู้เพิ่มเติมจากสิ่งที่เราคิดไว้ครับ เป้าหมายของเราคือทุกคนควรจะได้รับโอกาส บางคนที่เราเห็นจากในนั้น หรือเราเห็นตามข่าวเพราะจำเขาได้ ซึ่งพอเราเข้าไปแล้ว การที่เราทำงานทางด้านนี้นักแสดง หลายๆ คนความผิดพลาดของเขาอยู่ต่อหน้าสื่อ ความผิดพลาดของเขาไม่ได้ต่างจากมนุษย์ทั่วไปเลย แต่สังคมจ้องจะเอาเขาลงในวันที่เขาผิดพลาดไปแล้ว มันคือสิ่งที่ผมไม่เห็นด้วย ทุกคนควรได้รับโอกาส พอเข้าไปแล้ว เราก็จะรู้ว่าบางคนที่อยู่ในนั้นไม่ได้เจตนาด้วยซ้ำ บางคนเข้าไปด้วยเพราะคนอื่น สุดท้ายแล้วเขาก็มีความคิดเหมือนเรา มีร้องไห้ มีหัวเราะ มีเพื่อน มีสังคม เหมือนกับเรา”

มีแพลนจะไปเยี่ยมเรือนจำในจังหวัดอื่นอีกไหม ?“อยากไปนะ แต่ผมรู้สึกว่า ผมจะทำงานที่ไหนก็แล้วแต่ ถ้าผมไปที่อื่นแล้วไปรอบเดียว มันเหมือนผมไปโชว์ตัวเรื่อยๆ แต่ที่นี่ผมสนิทแล้ว และเราก็มีคำมั่นสัญญากันแล้วด้วยว่าผมเราจะกลับไป แต่ถ้าคนอื่นจะพาผมไปร่วมกับที่อื่นแบบนั้นก็ได้ คือมันก็เหมือนงานด้านสิ่งแวดล้อมนั่นแหละครับ ถ้าเราทำแค่สามวันแล้วหยุดไป มันก็จะอยู่แค่นั้น ถ้าเรากลับมาดูแลพัฒนาที่เดียวอยู่เรื่อยๆ สถานที่แห่งนี้ก็จะถูกพัฒนาครับ”แสดงว่าเราจะเดินทางไปทุกปี ?“สัญญากับเขาไว้ครับ แถมในบอร์ดก็เขียนครั้งที่ 2 แล้วด้วย แสดงว่าเขาก็ต้องวางแผนครั้งที่ 3 ไว้แล้วแน่นอน (ยิ้ม) ดังนั้นผมก็ต้องไปทุกปีครับ ถึงครั้งนี้ผมจะร้องเพลงเดิม แต่พวกเขาก็ดูสนุกกว่าปีที่แล้ว”เราทำงานสังคมหลายโครงการแบบนี้กระทบกับงานละครไหม ?“ถามว่ากระทบไหม เอ่อ...มันก็อาจจะมีบ้าง แต่ไม่ได้กระทบทั้งหมดเสียทีเดียว คือถ้ากระทบด้วยการตัดสินใจผมเอง ผมก็จะสามารถควบคุมการตัดสินใจของผมเองได้ ตอนนี้งานทุกงานผมเป็นคนเลือกที่จะไปเอง ละครผมเป็นคนเลือกรับเอง ดังนั้นถ้าถามว่ากระทบไหม ก็อาจจะทำให้ผลงานน้อยลง อย่างตอนนี้ก็มีเรื่องเดียวครับ แต่จริงๆ มันก็มีอุปสรรคอื่นๆ จากการถ่ายทำอีกเหมือนกัน เช่น ลม ฟ้า อากาศ ที่ทำให้คนไม่เห็นหน้าผมบนหน้าจอ”



Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.