สรรพสามิต ตั้งโต๊ะแถลง คอชาเขียว กาแฟ น้ำผักผลไม้ก็โดน ราคาพุ่ง ขึ้นอย่างไร เท่าไหร่?

จากกรณีที่วันนี้เป็นวันแรกที่บังคับใช้ พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 หลังประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อวานนี้นั้น ทางนายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต ได้ออกมาเปิดเผยถึงการปรับโครงสร้างของระบบกฎหมายภาษีสรรพสามิต และแนวทางการจัดเก็บภาษีใหม่ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เป็นธรรม เป็นสากลมากขึ้น ทำให้การจัดเก็บภาษีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ยืนยันว่าไม่กระทบกับประชาชนส่วนใหญ่ ไม่กระทบต่อค่าครองชีพ เพราะกรมสรรพสามิต ขึ้นภาษีกับสินค้าที่ไม่มีความจำเป็นและกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภคโดยตรง   ทั้งนี้ อาทิ เหล้า เบียร์ สุรา ยาสูบ ฯลฯ ทำให้ภาพรวมการจัดเก็บภาษีเพิ่มขึ้นร้อยละ 2 ของจำนวนภาษีที่เคยจัดเก็บ หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณกว่า 1 หมื่นล้านบาท และจนถึงขณะนี้ยังไม่พบว่ามีร้านค้ากักตุนสินค้าไว้เพื่อเพิ่มราคา เนื่องจากการปรับขึ้นราคาภาษี จะปรับในสินค้าที่ผลิตหลังวันที่ 16 กันยายนเท่านั้น ยืนยันว่า กรมสรรพสามิต สามารถตรวจสอบร้านค้าที่กักตุนสินค้าเพื่อรอขึ้นราคาได้ โดยร่วมมือกับกรมการค้าภายใน ให้ตรวจสอบทางแสตมป์สินค้า โดยสินค้าที่ผลิตรอบใหม่จะมีแสตมป์แตกต่างจากของเดิม ประชาชนสามารถแจ้งเพื่อให้มีการตรวจสอบสินค้าดังกล่าวได้ ที่สายด่วน 1569 เพราะกรมสรรพสามิต จะสามารถตรวจสอบได้จากอากรแสตมป์ที่ระบุรอบการผลิต ซึ่งหากพบร้านค้ากระทำความผิดจะมีโทษตามกฎหมายของกรมการค้าภายในคือ จำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำและปรับ

 ขณะที่นายณัฐกร อุเทนสุต ผู้อำนวยการสำนักแผนภาษี เปิดเผยถึง ราคาภาษีที่จัดเก็บเพิ่มขึ้นในชนิดต่างๆ อาทิ  บุหรี่ที่มีอัตราราคาขายอยู่ที่ต่ำกว่า 60 บาทต่อซอง จะมีการปรับขึ้นอีกราคา 4-15 บาทต่อซอง ส่วนบุหรี่ที่มีราคามากกว่า 60 บาทขึ้นไปต่อซอง จะปรับขึ้นราคาอีกประมาณ 2-10 บาทต่อซอง

 ส่วนราคาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะปรับขึ้นตามปริมาณดีกรี หากยิ่งสูงมากการจัดเก็บภาษีก็มากขึ้น เช่น เบียร์กระป๋องจะปรับขึ้นจากราคาปกติอีก 50 สตางค์ต่อกระป๋อง เบียร์แบบขวด ขึ้นราคาอีก 2 บาท / เหล้าสี ขนาด 700 ซีซี หากมีปริมาณแอลกอฮอล์ 28 ดีกรี ราคาปรับขึ้นอีก 8 บาท และ 40 ดีกรี ราคาขึ้นอีก 30 บาท รวมถึงราคาไวน์ต่อขวดหากราคาขายมากกว่า 1,000 บาทขึ้นไป จะปรับขึ้นอย่างน้อย 110 บาท หากไวน์ที่ผลิตในประเทศจะปรับราคาลดลง 25 บาท ต่อ 1ขวดขึ้นไปขณะที่เครื่องดื่มที่มีน้ำตาลปริมาณเช่น ชาเขียว เพิ่มขึ้นประมาณ 1.13-2.05 บาท  กาแฟเพิ่มขึ้นประมาณ 1.35 บาท และน้ำผักผลไม้เพิ่มขึ้น 6-54 สตางค์

 

ขอบคุณ สำนักงานข่าวทีนิวส์



Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.