น่าเห็นใจ!! ชีวิตส่วนตัวของ “แกเรธ เบล” ที่ทำให้เขาไม่มีที่ยืน ณ มาดริด

เรอัล มาดริด อยู่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายไม่เปลี่ยนไปจากปีที่แล้ว แม้ว่าปีนี้พวกเขาจะเสียเงินมากกว่า 300 ล้านยูโร เพื่อเปลี่ยนถ่ายเลือดใหม่เสริมทัพเอานักเตะดีๆ เข้าในทีม

การเข้ามาของแข้งหน้าใหม่ทำให้ แกเรธ เบล ที่ถูกมองว่าเป็นส่วนเกินถูกขับออกจากทีมอย่างเปิดเผย ซีเนดีน ซีดาน ไม่ใช้งานเขา และที่สำคัญแฟนๆ ของราชันชุดขาวก็โห่ใส่เขาแทบทุกวาระโอกาส

อย่างไรก็ตามเมื่อถึงเวลาที่ มาดริด โคลงเคลง สุดท้ายแล้วก็เป็น เบล คนนี้ที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในทีมและเริ่มทำให้ใครหลายคนต้องเสียหน้า

แกเรธ เบล ไปทำอะไรให้ผู้คนที่มาดริดไม่ชอบใจ และเขาเป็นนักเตะที่ไร้ความเป็นมืออาชีพตามที่ใครกล่าวถึงจริงหรือ? ติดตามได้ที่นี่

จุดเริ่มต้นของกระแสไล่ "เบล"

การพาทีมได้แชมป์สโมสรโลก และ แชมเปี้ยนส์ ลีก ในฤดูกาล 2017-18 ที่ แกเรธ เบล เป็นฮีโร่ของทีมในนัดชิงชนะเลิศดูเหมือนมันจะไม่มากพอ และเขาก็ยังไม่เป็นที่ต้องการของแฟนบอล แต่ทำไมล่ะมันจึงเป็นเช่นนั้น

ที่ เรอัล มาดริด ไม่มีที่ว่างให้สำหรับความพ่ายแพ้ นี่คือสโมสรที่มีความสำเร็จมากที่สุดในยุโรป พวกเขาไม่เคยขาดนักเตะที่เป็น "เอซ" ของทีม ดังนั้นการที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อำลาทีมไปในซัมเมอร์ปี 2018 ได้เปลี่ยนทุกอย่างทันที มาดริด ได้รู้จักความพ่ายแพ้ง่ายกว่าเดิม และรู้สึกว่าชัยชนะกลายเป็นสิ่งที่ยากเหลือเกินในวันที่ไม่มี โรนัลโด้ และ ซีดาน

และเมื่อต้องพบกับความพ่ายแพ้บ่อยๆ เข้า แฟนบอลที่ มาดริด จะมองว่าคือเรื่องใหญ่ที่ไม่สมควรเกิดขึ้น ความเข้มข้นและจริงจังของแฟนๆ สูงมาก แม้แต่ เอเด็น อาซาร์ ตัวรุกค่าตัวแพงที่สุดในสโมสรที่ย้ายมาเมื่อในซัมเมอร์นี้ยังสัมผัสได้ด้วยตัวเอง

"ที่เชลซีเมื่อเราแพ้ เราจะผิดหวังเหมือนกับแฟนบอล แต่ผมไม่เคยรู้สึกว่ามันคือหายนะ มันแตกต่างจากในสเปน" อาซาร์ กล่าว

"ผมคิดว่าที่นี่แฟนบอลคือแฟนบอลจริงๆ ฟุตบอลคือทุกอย่างสำหรับพวกเขา พวกเขาต้องการให้นักเตะทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่าง ในอังกฤษมีแฟนบอลไม่มากนักที่มีความคิดเช่นนี้"

"แน่นอนว่าแฟนบอลที่นั่นชอบฟุตบอล ทุกคนไม่ว่าจะเป็นเด็ก, ผู้ใหญ่, วัยรุ่น ล้วนสนใจฟุตบอล แต่พวกเขาไม่ได้คลั่งไคล้ทีมของตัวเองมากนัก"

อย่างไรก็ตามก่อนที่ อาซาร์ จะย้ายเข้ามานั้น แกเรธ เบล เป็นนักเตะที่มีราคาเทียบเท่าและอาจจะมากกว่า โรนัลโด้ ในวันที่ย้ายเข้ามา ซึ่งต้องตกเป็นความหวังใหม่ในวันที่ โรนัลโด้ จากไปโดยปริยาย

เบล เริ่มฤดูกาลด้วยความร้อนแรง 4 นัดแรกในเกมลีกเขาทำไป 3 ประตูกับอีก 3 แอสซิสต์ และ มาดริด ชนะรวดทั้ง 3 นัด ณ เวลานั้นถึงกับมีวลีที่ว่า "เมื่อไม่มี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เรอัล มาดริด กลายเป็นทีมที่เล่นเป็นทีมกว่าที่เคยเป็นมา" เลยทีเดียว

ทว่าหลังจากนั้น ฆูเลน โลเปเตกี กลับถอดเบลนั่งสำรองในเกมกับ เอสปันญอล และนั่นทำให้เขาเริ่มหยุดยิงประตูไปยาวถึง 5 นัด ซึ่งท้ายสุดมันนำมาซึ่งฟอร์มย่ำแย่ของทีมที่ไม่สามารถเอาชนะใครได้ 4 นัดติดต่อกันและเป็นการพ่ายแพ้ถึง 3 เกม

ปัญหาทุกอย่างดูจะได้คำตอบในเกมนัดที่ 10 ของฤดูกาล มาดริด เปิด เบอร์นาเบว พบกับ บาร์เซโลน่า โลเปเตกี ส่ง เบล ลงสนามเป็น 11 ตัวจริง ทว่าสุดท้ายเกมจบลงด้วยความพ่ายแพ้คารังถึง 1-5 เมื่อนั้นก็วงแตกทันที … โลเปเตกี ถูกปลด เรอัล มาดริด ไร้หางเสือต้องเอา ซานติอาโก โซลารี่ ขึ้นมาคุมทัพชั่วคราว

โซลารี่ ขึ้นมาจากทีมชุดบีของสโมสร ดังนั้นเขาจึงเลือกใช้นักเตะดาวรุ่งหลายคนลงสนาม และเลือกที่จะเขี่ยแข้งตัวเก๋าออกจากทีมตัวจริงหลายคน ทั้ง มาร์เซโล่ และรวมถึง แกเรธ เบล ด้วย โดยเฉพาะรายของเบลนั้นได้ลงเต็มเกมเพียงแค่ 2 นัดตลอดระยะเวลา 6 เดือนที่ โซลารี่ เข้ามาคุมทีม

สิ่งที่แย่กว่าคือ เรอัล มาดริด หมดลุ้นแชมป์ลีกตั้งแต่หัววัน ตกรอบ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ด้วยการแพ้เละเทะให้กับ อาหยักซ์ ที่ถือว่าเป็นทีมนอกสายตาในเวลานั้น นี่คือความผิดหวังที่ร้ายแรงมากสำหรับสโมสรแห่งนี้ และแฟนบอลของพวกเขาต้องการใครสักคนที่ต้องรับผิดชอบสำหรับเรื่องนี้

โลเปเตกี โดนปลด! โซลารี่ โดนปลด! และเมื่อนั้น แกเรธ เบล จึงกลายเป็นเป้าสุดท้ายที่เหลืออยู่…



Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.