“กรดไหลย้อน” โรคจากไลฟ์สไตล์ ที่เข้าใกล้คุณโดยไม่รู้ตัว!

วันนี้ลองสังเกตดูสิคะว่ามีอาการแบบนี้กันบ้างหรือเปล่า?
อาการแสบร้อนบริเวณหน้าอก รู้สึกมีน้ำรสเปรี้ยวหรือรสขมไหลย้อนขึ้นมาในปาก และบางทีท้องอืด แน่นท้อง คลื่นไส้ อยากอาเจียนหลังรับประทานอาหาร ถ้าพบว่ามีอาการเหล่านี้มาทักทาย บอกเลยว่าเสี่ยง "กรดไหลย้อน" มาเยือนค่ะ
โรคกรดไหลย้อน (gastroesophageal reflux disease: GERD) พบได้ตั้งแต่เด็กทารกไปจนถึงผู้ใหญ่ เป็นภาวะที่น้ำย่อยจากกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นไปในหลอดอาหาร อาจทำให้เกิดอาการแสบร้อนบริเวณหน้าอกหรืออาการขย้อนจนรบกวนชีวิตประจำวันได้
สาเหตุการเกิดโรคเกิดจากอะไร

สาเหตุการเกิดโรคเกิดจากอะไร ?

เกิดจากพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้อง เช่น ชอบกินจุบกินจิบ กินอาหารไม่เป็นเวลา กินอาหารแบบเร่งรีบ กินอาหารรสจัด ดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ ทานกาแฟ น้ำอัดลม รวมถึงการทานอาหารก่อนนอน

เมื่อพบว่าเป็น กรดไหลย้อน จะปฏิบัติตัวอย่างไรดี

เมื่อพบว่าเป็น "กรดไหลย้อน" จะปฏิบัติตัวอย่างไรดี ?

  1. ระวังเรื่องน้ำหนักตัวอย่าให้มากหรืออ้วนเกินไป
  2. หลีกเลี่ยงการดื่มชา กาแฟ น้ำอัดลม น้ำผลไม้ หรืออาหารที่มีรสจัด เช่น เปรี้ยวจัด เผ็ดจัด หรืออาหารไขมันสูง
  3. หลีกเลี่ยงการดื่มสุราและการสูบบุหรี่
  4. ลดการทานอาหารมื้อเย็นที่มีปริมาณมากไป และไม่ควรนอนทันที (ควรนอนหลังจากทานอาหารอย่างน้อย 4 ชั่วโมง)
  5. ไม่ใส่เสื้อผ้ารัดรูปหรือรัดเข็มขัดแน่นจนเกินไป
  6. หากกลัวไม่อิ่มในแต่ละมื้อ ให้เปลี่ยนมาทานอาหารน้อยแต่บ่อยครั้งขึ้น
  7. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  8. พยายามอย่าให้เครียดมากจนเกินไป

รักษาด้วยวิธีไหน?

รักษาด้วยวิธีไหน?

การรักษาทางการแพทย์นั้นจะดูแลตามความรุนแรงของอาการ หากเป็นอาการเบื้องต้นแพทย์จะพิจารณาให้ยาลดการอักเสบควบคู่กับยาลดกรด แต่หากมีอาการรุนแรงมากแพทย์อาจใช้การผ่าตัดเพื่อปรับหูรูดกระเพาะอาหารค่ะ



Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.